รสชาติและระดับการคั่วของกาแฟดำ
รสชาติกาแฟดำขึ้นอยู่กับ ระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟ
- คั่วอ่อน : กลิ่นหอมผลไม้ รสเปรี้ยวสดชื่น คาเฟอีนสูง
- คั่วกลาง : รสบาลานซ์ หอมละมุน ดื่มง่าย
- คั่วเข้ม : เข้มข้น กลิ่นควันหรือช็อกโกแลต คาเฟอีนน้อยกว่าเล็กน้อย
การเลือกกาแฟดำให้ตรงใจ จึงควรพิจารณาจากระดับการคั่วเป็นหลัก
ดื่มกาแฟดำทุกวัน อันตรายไหม
แม้กาแฟดำจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่การดื่มในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากกาแฟได้อย่างเต็มที่ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากคาเฟอีน เช่น อาการนอนไม่หลับ ใจสั่น หรือการระคายเคืองกระเพาะอาหาร มาดูเคล็ดลับสำคัญที่คอกาแฟควรรู้กัน:
กาแฟดำควรดื่มวันละกี่แก้ว
กาแฟดำสามารถดื่มได้ทุกวัน หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำให้รับคาเฟอีนไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากาแฟ 2–4 แก้ว ทั้งนี้ปริมาณคาเฟอีนอาจแตกต่างกันไปตามชนิดเมล็ดกาแฟ วิธีชง และขนาดแก้ว หากดื่มในปริมาณพอดี กาแฟดำจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและเติมพลังระหว่างวันได้อย่างลงตัว
ใครควรระวังการดื่มกาแฟ
แม้กาแฟดำจะเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนดื่มได้ในชีวิตประจำวัน แต่บางคนอาจไวต่อคาเฟอีนมากกว่าปกติ เช่น ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ หรือผู้ที่ดื่มกาแฟแล้วมีอาการใจสั่น มือสั่น หรือวิตกกังวลง่าย จึงควรจำกัดปริมาณการดื่มให้เหมาะสม และหากมีโรคประจำตัวหรือข้อจำกัดด้านสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย
ดื่มกาแฟดำตอนท้องว่างได้ไหม
หลายคนนิยมเริ่มต้นวันด้วยกาแฟดำ แต่การดื่มตอนท้องว่างอาจทำให้บางคนรู้สึกระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรือมีอาการจุกเสียดและกรดไหลย้อนได้ เพราะกาแฟมีความเป็นกรดตามธรรมชาติ หากเป็นคนที่มีระบบย่อยอาหารค่อนข้างไว แนะนำให้ทานอาหารรองท้องหรือดื่มหลังมื้ออาหารประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้ดื่มกาแฟได้สบายท้องมากขึ้น
กาแฟดํา vs อเมริกาโน่
-
ความเข้มข้นของรสชาติ
- กาแฟดํา (Black Coffee): เป็นกาแฟที่ไม่ผสมนม น้ำตาล หรือส่วนผสมอื่น ๆ ทำให้ได้รสชาติของเมล็ดกาแฟเต็ม ๆ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว
- อเมริกาโน่ (Americano): เอสเปรสโซ่ที่เติมน้ำร้อนลงไป ทำให้รสชาติเข้มข้นน้อยลงกว่าเอสเปรสโซ่ช็อต แต่ยังคงความหอมและรสกาแฟ
-
วิธีการชง
- กาแฟดํา: ชงโดยตรงจากกาแฟบด หรือกาแฟสำเร็จรูป โดยไม่เติมอะไรเพิ่ม
- อเมริกาโน่: ชงเอสเปรสโซ่หนึ่งช็อตหรือมากกว่า จากนั้นเติมน้ำร้อนลงไป ทำให้รสชาติอ่อนกว่า แต่ปริมาณกาแฟต่อแก้วมากขึ้น
-
ปริมาณคาเฟอีน
- กาแฟดํา: ปริมาณคาเฟอีนสูง เนื่องจากไม่ได้เจือจางด้วยน้ำหรือส่วนผสมอื่น
- อเมริกาโน่: คาเฟอีนต่อแก้วอาจต่ำกว่ากาแฟดําแบบชงเข้ม แต่ยังช่วยให้ตื่นตัวได้ดี
-
เมนูไหนเหมาะกับคุณ?
- กาแฟดํา: เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ชอบรสเข้ม ขมหน่อย ๆ และอยากสัมผัสรสชาติแท้ของเมล็ดกาแฟ รวมถึงต้องการ กาแฟดํา ประโยชน์ เช่น กระตุ้นสมองและระบบเมตาบอลิซึม
- อเมริกาโน่: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรสกาแฟเข้มแต่ดื่มง่ายกว่า และอยากได้ปริมาณแก้วใหญ่สำหรับดื่มหลายครั้ง
1. กาแฟดำช่วยกระตุ้นอะดรีนาลินหลั่ง ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น
จากการศึกษาพบว่าการดื่มกาแฟดำก่อนออกกำลังกายจะไปช่วยเพิ่มฮอร์โมนอะดรีนาลีนให้มากขึ้น ซึ่งจะมีผลโดยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายได้ดีขึ้นขณะออกกำลังกาย และยังสั่งให้ร่างกายไปดึงเอาไขมันมาใช้เป็นพลังงาน โดยเก็บตุนพลังงานจากน้ำตาลไปใช้ในระยะต่อไปในการออกกำลังกายได้ ร่างกายจึงค่อยๆ เผาผลาญพลังงานเป็นระยะแบบนี้
จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กล้ามเนื้อคงความแข็งแรงไว้ได้ รู้สึกมีพละกำลังนานขึ้น สามารถต้านทานความรู้สึกเหนื่อยล้าหรือปวดเมื่อระหว่างการออกกำลังกายได้ ร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในแง่ของความทนทานมากขึ้น 12% จึงดีต่อการออกกำลังกายที่ใช้เวลานานๆ เช่น การเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นต้น
2. กาแฟดำช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบเมตาบอลิซึม เร่งเบิร์น รีเทิร์นหุ่นเป๊ะ
3. กาแฟดำมีคาเฟอีน ช่วยปลุกความตื่นตัว ลดความเครียด
4. กาแฟดำช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมน G-CSF ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์
5. กาแฟดำมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันมะเร็ง ช่วยชะลอวัย
ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ ทั้งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมไปถึงมะเร็งปากมดลูก และยังช่วยชะลอวัย ลดความเหี่ยวย่น ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง กระชับ
5 เคล็ดลับดื่มกาแฟดำให้ดีต่อสุขภาพ ควรดื่มแบบไหนดี?
แม้กาแฟดำจะเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำและดื่มได้เป็นประจำ แต่การดื่มในปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็ช่วยให้ได้รับประโยชน์จากกาแฟได้มากขึ้น พร้อมลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากคาเฟอีน เช่น อาการนอนไม่หลับ ใจสั่น หรือการระคายเคืองกระเพาะอาหาร มาดู 5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้การดื่มกาแฟดำดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้นกัน
- หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟดำ ตอนท้องว่าง เพราะกาแฟมีกรดที่อาจกัดกระเพาะได้
- ไม่ควรดื่มกาแฟดำเกิน 4 แก้วต่อวัน หรือรับคาเฟอีนได้ไม่เกิน 300 - 400 มิลลิกรัมต่อวัน
- หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟระหว่างออกกำลังกายและหลังออกกำลังกาย เนื่องจากอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินจำเป็น
- หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหลังเวลา 14.00 น. เพราะอาจทำให้นอนหลับยาก
- หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าต้องจำกัดการกินกาแฟหรือต้องงดดื่มกาแฟหรือไม่
กาแฟดำจากเนสกาแฟ
สำหรับคอกาแฟที่ต้องการความสะดวกและ กาแฟดํา ประโยชน์ จากทุกแก้ว เนสกาแฟมีตัวเลือกหลากหลาย ด้วย กาแฟสำเร็จรูปจากเนสกาแฟ อาทิ เนสกาแฟ โกลด์ (Nescafe Gold) กาแฟคั่วบดละเอียดผสานกาแฟอาราบิก้า ให้รสกาแฟหอมกรุ่น นุ่ม จนได้ชื่อว่าเป็นกาแฟดำรสนุ่มระดับพรี่เมียม หรือจะเป็น เนสกาแฟ อเมริกาโน่ (Nescafe Americano) กาแฟคั่วบดด้วยกรรมวิธีพิเศษเฉพาะเนสกาแฟ เพื่อให้รสนุ่ม กลิ่นหอมกรุ่น และยังสะดวกในการชงที่สามารถละลายได้ในน้ำเย็นอีกด้วย
ผลิตภัณฑ์กาแฟดำจากเนสกาแฟ
บทความที่ได้รับความนิยมวันนี้
