กาแฟดริป
กาแฟดริปมีขั้นตอนการทำ โดยเริ่มต้นจากเทน้ำเดือดลงบนผงกาแฟที่บดหยาบกว่าเอสเปรสโซ ผ่านแผ่นกรอง (มักทำจากกระดาษ) เพื่อแยกกากกาแฟออกจากน้ำกาแฟ ซึ่งทำให้น้ำสามารถไหลผ่านและลงไปสู่หม้อกาแฟได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีหม้อกาแฟที่ทำขึ้นมาเฉพาะสำหรับการชงกาแฟดริป และมีเครื่องชงแบบไฟฟ้าที่ตั้งเวลาได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการดื่มได้สะดวก รวมไปถึงกาแฟดริปแบบซอง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวก สามารถฉีกซองและเทน้ำร้อนได้เลยโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม กาแฟดริปมักเสิร์ฟในแก้วมัคและสามารถดื่มแบบกาแฟดำ หรือเติมนมและน้ำตาลได้ตามชอบ
เทคนิคและเคล็ดลับในการชงกาแฟดริป
การเลือกกาแฟ: คัดสรรเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกที่มีมาตรฐานสูง ทั้งในเรื่องของความสดและความสมดุลของรสชาติ
การบดกาแฟ: ควรบดกาแฟให้มีขนาดเม็ดที่เหมาะสม การบดที่ละเอียดเกินไปอาจทำให้กาแฟขม ส่วนการบดที่หยาบเกินไปอาจทำให้รสชาติอ่อน
การควบคุมอุณหภูมิน้ำ: ใช้น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิที่ถูกต้องเพื่อให้การสกัดรสชาติเครื่องดื่มดริปออกมาอย่างดีที่สุด
การเทน้ำ: การเทน้ำในจังหวะและความเร็วที่เหมาะสมช่วยให้การสกัดกาแฟมีความต่อเนื่องและรสชาติเข้ากันได้ดี
กาแฟดริปมีรสชาติอย่างไร?
กระบวนการชงกาแฟดริป
การชงกาแฟดริปเริ่มต้นจากการเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูงและคั่วอย่างพิถีพิถัน ขั้นตอนแรกคือการบดกาแฟให้มีความละเอียดเหมาะสมกับเครื่องกรองกาแฟ การบดที่ดีจะช่วยให้การสกัดรสชาติเป็นไปอย่างสมดุลและเต็มที่ จากนั้นจึงค่อยๆ เทน้ำร้อนลงบนกาแฟบดในเครื่องกรอง โดยใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 90-96°C เพื่อให้กาแฟสกัดรสชาติออกมาอย่างครบถ้วน
ขั้นตอนชงกาแฟดริป
การชง กาแฟ ดริป เป็นวิธีที่ช่วยดึงกลิ่นและรสชาติของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างชัดเจน โดยแต่ละขั้นตอนล้วนมีผลต่อรสสัมผัสและความกลมกล่อมของกาแฟในแต่ละแก้ว
1. บดเมล็ดกาแฟระดับปานกลาง
ควรบดกาแฟระดับปานกลาง ไม่ละเอียดจนเกินไป เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้อย่างเหมาะสมและสกัดรสชาติออกมาได้อย่างสมดุล โดย อัตราส่วนควรอยู่ที่ 1:15 (กาแฟ 1 กรัม ต่อน้ำ 15 มล. ) เช่นน้ำ 150 มล ควรใช้กาแฟ 10 กรัม เป็นต้น
2. เตรียมอุปกรณ์และล้างฟิลเตอร์
วางกระดาษกรองลงบนดริปเปอร์ แล้วรินน้ำร้อนผ่าน 1 รอบ เพื่อช่วยลดกลิ่นกระดาษ จากนั้นจึงเติมผงกาแฟลงไป
3. เทน้ำร้อนเพื่อบลูมกาแฟ
ค่อย ๆ เทน้ำร้อนลงบนผงกาแฟให้พอชุ่ม แล้วพักไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อให้กาแฟคายก๊าซและช่วยให้กลิ่นกับรสชาติชัดเจนขึ้น โดยอุณหภูมิควรอยู่ระหว่าง 88-96 องศา โดยคั่วอ่อนควรใช้อุณหภูมิน้ำที่สูงกว่า ไล่ระดับลงไปจนถึงคั่วเข้ม
4. ค่อย ๆ เทน้ำร้อน
เทน้ำร้อนช้า ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยวนเป็นวงจากตรงกลางออกไปด้านนอก เพื่อให้น้ำไหลผ่านผงกาแฟได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ กาแฟ ดริป มีรสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
สัมผัสรสชาติกาแฟระดับพรีเมียมแบบง่าย ๆ
แม้การชง กาแฟ ดริป จะมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ในวันเร่งรีบที่มีเวลาจำกัด เนสกาแฟ โกลด์ คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว ด้วยกาแฟสำเร็จรูปผสานกาแฟคั่วบดละเอียดจากเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีล็อกกลิ่นหอมและรสสัมผัสอันนุ่มละมุน ให้คุณดื่มด่ำกับกาแฟแก้วโปรดระดับพรีเมียมได้ทันทีทุกช่วงเวลา
กาแฟโคลด์ดริปคืออะไร?
กาแฟโคลด์ดริปอาจไม่เป็นที่รู้จักเท่ากับกาแฟร้อน แต่ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มสีสันที่น่าสนใจในวงการกาแฟ คุณจะต้องใช้เครื่องโคลด์ดริปหรือหอคอยดริป ซึ่งมักประกอบด้วยขวดแก้วสามชั้นที่ช่วยให้น้ำแข็งละลายค่อย ๆ หยดลงบนผงกาแฟที่บดใหม่ ๆ กาแฟจะซึมซับหยดน้ำแต่ละหยดและหยดลงไปยังภาชนะอีกใบที่อยู่ด้านล่างของหอคอย การทำกาแฟด้วยวิธีนี้ใช้เวลานานกว่า ประมาณ 3.5 – 12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องการชง เมื่อเทียบกับวิธีการชงกาแฟอื่น ๆ อย่างโคลด์บริว กาแฟโคลด์ดริปจะมีรสชาติที่เข้มข้นและเต็มรสมากกว่า และยังใช้ผงกาแฟน้อยกว่าและทำได้เร็วกว่าวิธีโคลด์บริว
ต้นกำเนิดของกาแฟดริป
วิธีการชงกาแฟแบบดริปพัฒนาขึ้นครั้งแรกในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นวิธียอดนิยมอย่างรวดเร็ว กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการใส่ผงกาแฟลงในภาชนะที่อยู่ระหว่างหม้อต้มแล้วเติมน้ำร้อนลงในช่องด้านบน น้ำจะไหลผ่านผงกาแฟและหยดลงสู่ภาชนะด้านล่าง หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญของกาแฟดริปเกิดขึ้นในปี 1908 เมื่อ Amalie Auguste Melitta Bentz หญิงชาวเยอรมันได้คิดค้นกระดาษกรองกาแฟขึ้นครั้งแรก เธอจดสิทธิบัตรกระดาษกรองนี้และก่อตั้งบริษัท Melitta ซึ่งนำไปสู่การพัฒนากระดาษกรองรูปทรงกรวยที่เราใช้กันในปัจจุบัน
ตอนนี้รู้จักกาแฟดริปแล้ว ลองมาทำความรู้จักกับคาปูชิโน่กันบ้าง
ไฮไลท์บทความที่ทุกคนชื่นชอบ
